"รมว.ท่องเที่ยว" ขานรับนโยบายกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวรับไฮซีซั่น ชูโมเดล 2 ขา "สร้างความเชื่อมั่นกับต่างชาติ และกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ"
วันที่ประกาศข่าว : 2 ต.ค. 2558

"รมว.ท่องเที่ยว" ขานรับนโยบายกระตุ้นรายได้จากการท่องเที่ยวรับไฮซีซั่น ชูโมเดล 2 ขา  "สร้างความเชื่อมั่นกับต่างชาติ และกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ" มุ่งสู่กระแสสร้างมูลค่าของฝาก ด้วย"วิถีถิ่น วิถีไทย" สร้างร้านค้าน่าช็อปปิ้งในปั๊มน้ำมัน 150 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อกระจายสินค้า สร้างรายได้สู่ชุมชน

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวได้เดินหน้านโยบายหลายด้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักด้วยการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากที่สุด ซึ่งมีแนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวสูงขึ้นรับช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะถึงนี้ โดยขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวได้กลับมาคึกคักเหมือนเดิม ยอดจองตั๋วและการจองที่พักกลับเข้าสู่ภาวะช่วงก่อนเกิดเหตุที่ราชประสงค์แล้ว ดังนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวมกราคม ถึงปัจจุบัน และมีจำนวน 21.9 ล้านคน และก่อให้เกิดรายได้ 1.04 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 29.71 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ททท.เพิ่งให้การต้อนรับและมอบรางวัลแก่ Miss. Jin Haiyu นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นรายที่ 22 ล้าน เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 58) โดยเป็นผลจากหน่วยงานต่างๆของกระทรวงฯ โรดโชว์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในหลายประเทศ โดยล่าสุด ผลจากการเดินทางไปสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ในหลากหลายประเทศ อาทิ โคลัมเบีย รัสเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนามเพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นโดยเน้นการนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวไทยที่มีคุณภาพ และสร้างกลุ่มนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ เช่น ที่ญี่ปุ่น ไทยได้เน้นจุดแคมเปญเพิ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้หญิง "Lady Journey in Thailand" Package นอกจากผู้หญิงแล้วยังจะเพิ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกีฬาด้วย เช่น นำเสนอเส้นทาง วิ่งใหม่ "World Heritage Marathon" วิ่งผ่านเส้นทางมรดกโลก สุโขทัย อยุธยา เขาใหญ่ เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Sport Tourism เป้าหมายหนึ่งด้านยุทธศาสตร์การกีฬาเช่น นักท่องเที่ยวจีนสนใจที่จะมาวิ่ง และสัมผัสประสบการณ์ในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า ได้เร่งให้ดำเนินการเรื่องการสร้างจุดช็อปปิ้งให้นักท่องเที่ยวในปั๊มน้ำมัน 150 แห่ง ทั่วประเทศ ในเส้นทางที่มีศักยภาพ 8 กลุ่ม ตามแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย  พ.ศ. 2558-2560 โดยกลยุทธ์ล่าสุดที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คิดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางในประเทศ 170 ล้านคนครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 700,000 ล้านบาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายของที่ระลึก 26% หรือเท่ากับ 128,000 ล้านบาท และค่าอาหาร 30% เป็นเงิน 210,000 ล้านบาท จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 20% จากเดิม พร้อมเดินหน้าคู่ขนานกับการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนทุกฝ่ายเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งและการท่องเที่ยวสร้างรายได้สินค้าและของที่ระลึกและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน เปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้นำเสนอสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นนั้น โดยจะมีการพัฒนารูปแบบของสินค้านำเสนอพร้อมเรื่องราวให้มีเสน่ห์ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยว

นางกอบกาญจน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปีนี้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น คาดว่าจะเพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านคนเป็น 1.3 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 3 ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยปีนี้ รองจากจีนและมาเลเซีย นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีคุณภาพ ใช้จ่ายเงินดี เฉลี่ยวันพำนักในไทย 7.7 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยไปญี่ปุ่นประมาณ 7000,000 คน โดยยุทธศาสตร์จะเน้นการท่องเที่ยวเชื่อมเมืองใหญ่กับเมืองรอง 12 เมืองต้องห้ามพลาด สู่ท่องเที่ยวชุมชน ที่สำคัญเน้นการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศจากการท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงการท่องเที่ยวท้องถิ่นกับเศรษฐกิจของประเทศ โดยนำสินค้าในท้องถิ่นมาสร้างจุดขาย ให้เกิดรายได้ และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด

สำหรับภาคการกีฬาในวันพรุ่งนี้ (2 ตุลาคม 2558) ก็จะมีเทนนิสรายการสำคัญBack to Thailand “Nadal VS Djokovic” ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งภายหลังการแถลงข่าวในบ่ายวันนี้ (ประมาณ 16.00 น.) จะมีโปรแกรมสอดแทรกให้สุดยอดนักกีฬาทั้ง 2 คน มีการช็อปปิ้งสินค้าโอทอป ณ ห้างสรรพสินค้า เอ็มควอเทียร์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าจากชุมชนด้วย