ททท. เปิดเกมรุกตลาดอินเดีย แท็กทีมผู้ประกอบการไทยลุยงาน Outbound Travel Mart (OTM) 2026 ปล่อยหมัดเด็ดเสน่ห์ไทยเจาะกลุ่ม “Leisure-Quality Travelers” ดันตลาดเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน
วันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แท็กทีม 36 ผู้ประกอบการไทย ปักธงรุกตลาดอินเดียในงานส่งเสริมการขาย Outbound Travel Mart (OTM) 2026 ณ Jio Convention Centre นครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย นำเสนอเสน่ห์การท่องเที่ยวไทย เชื่อมโอกาสธุรกิจและสร้างเครือข่าย เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Leisure และ Quality Travelers พร้อมโชว์ศิลปวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” มั่นใจกระตุ้นและยกระดับภาพลักษณ์ไทยในตลาดอินเดีย คาดสร้างดีลธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000 นัดหมาย และเงินสะพัดราว 366 ล้านบาท หนุนตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคนในปี 2569
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว Outbound Travel Mart (OTM) 2026 ณ นครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย เป็นงานส่งเสริมการขายในรูปแบบ B2B ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียใต้และภาคตะวันตกของสาธารณรัฐอินเดีย โดยมีคูหาจัดแสดงกว่า 1,600 คูหา จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569 ททท. เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 13 พร้อมยกเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยไปจัดแสดงในคูหาประเทศไทย ขนาด 200 ตารางเมตร ให้เป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกับผู้ซื้อจากตลาดอินเดียอย่างใกล้ชิด พร้อมกระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียกลุ่ม Leisure, First Visit กลุ่ม Millennials และกลุ่มคุณภาพสูง (Quality Travelers) พร้อมกันนี้ได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยรวม 36 ราย แบ่งเป็นโรงแรมและที่พัก 17 ราย บริษัทนำเที่ยว 11 ราย แหล่งท่องเที่ยว 7 ราย และสายการบิน 1 ราย ร่วมสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานนักท่องเที่ยวในตลาดอินเดีย ผ่านการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวตัวจริงในพื้นที่ และเพิ่มขีดความสามารถในการนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยให้แก่ผู้ประกอบการอินเดียผ่านการเจรจาธุรกิจมากขึ้น
พิธีเปิดคูหาประเทศไทย จัดขึ้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายดนย์วิศว์ พูลสวัสดิ์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ นางพัฒน์สี เพิ่มวงศ์เสนีย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. และ นายณัฐจิต อุ่นเสียม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานมุมไบ ร่วมในพิธีเปิดงาน โดยมีนางสาวสัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ นางพิมพา รัตนพฤกษ์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. นางสาวณคริศร คล้ายแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ เมืองมุมไบ นางสาวฐิติพร ชูชินวัตร รองกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ และนายอรรถบูรณ์ อัทธายุวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและบริหารการจำหน่าย บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เข้าร่วมงานฯ โดยภายในคูหาประเทศไทย นอกจากจะเป็นเวทีพบปะทางธุรกิจแล้ว ททท. ยังใช้โอกาสนี้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสินค้า-บริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย จัดกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และกิจกรรมสาธิต ภายใต้แนวคิดแคมเปญสื่อสารตลาดต่างประเทศ Healing is the New Luxury เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม หัตถกรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยอย่างใกล้ชิด อาทิ การสาธิตทำยาดมสมุนไพรหอม 10 ชนิด การทำพวงกุญแจปลาตะเพียนจากผ้าขาวม้าในรูปแบบ Upcycling Craft การทำพวงมโหตร งานหัตถกรรมพื้นบ้านสำหรับงานบุญและพิธีมงคล รวมถึงการประดิษฐ์พวงมาลัยทิชชู ซึ่งสะท้อนแนวคิดการสร้างคุณค่าจากวัสดุธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลป์ร่วมสมัย อันเป็นเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย
ตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยตั้งแต่ปี 2567 พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 2.1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าปี 2562 ถึงร้อยละ 8 ต่อมาในปี 2568 ประเทศไทยสามารถปิดปีด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียรวม 2.49 ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 87,749.18 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 256,782 คน อยู่ในอันดับที่ 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด สะท้อนศักยภาพของตลาดอินเดียในฐานะตลาดระยะใกล้ที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และตอกย้ำความนิยมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอินเดียอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระยะเวลาบินเพียง 2-4 ชั่วโมงผ่านเที่ยวบินตรงจากสายการบินกว่า 10 แห่ง โดยมีจำนวนที่นั่งโดยสารรองรับตลอดปีกว่า 3,835,214 ที่นั่งหรือกว่า 19,132 เที่ยวบิน ประกอบกับนักท่องเที่ยวอินเดียมีความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางครั้งแรก (First Visit) ร้อยละ 58.50 และการเดินทางซ้ำ (Repeat Visit) ร้อยละ 41.50 นิยมเดินทางด้วยตนเองในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Peak Season) ตั้งแต่เดือนธันวาคมต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม–กลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะกลุ่มคู่แต่งงานที่เดินทางเพื่อการพักผ่อน การทำงานควบคู่การท่องเที่ยว (Workation) รวมถึงการเฉลิมฉลองงานแต่งงานหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 38,340 บาทต่อคนต่อทริป และพำนักเฉลี่ย 7.11 คืน
ทั้งนี้ กลุ่ม Millennials และ Gen Z ถือเป็นกำลังหลักของการเดินทางออกนอกประเทศของตลาดอินเดีย และตลาดอินเดียยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายตัวไปสู่เมืองรอง อาทิ Pune, Ahmedabad, Amritsar และ Lucknow รวมถึงความต้องการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง (High-Value Niche) ที่เพิ่มขึ้น เช่น Destination Wedding, Wellness Retreats และการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย (Multi-Gen Family Trips) ตลอดจนกลุ่ม Young Generation นอกจากนี้ มาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยวอินเดีย สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือการติดต่อธุรกิจระยะสั้นได้ไม่เกิน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นมา ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเช่นกัน
สำหรับปี 2569 ททท. มุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Leisure อาทิ Millennials, Family, Active Senior และ Lady Travelers รวมถึงกลุ่มศักยภาพต่าง ๆ ได้แก่ Incentive, Wedding & Celebrations, Luxury Leisure และ Sport รวมถึงมุ่งเน้นทำงานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตามกรอบ SDG มากขึ้น โดยคาดว่าจะส่งเสริมให้ตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 93,000 ล้านบาท
ททท. เชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และศักยภาพทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดอินเดียอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เพื่อนำไปสู่การวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงจุด
และตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวอินเดียได้อย่างดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะเจ้าบ้านที่พร้อมมอบการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญของประเทศ โดยคาดการณ์ว่าการเข้าร่วมงานดังกล่าว จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า
5,000 นัดหมาย และสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 366 ล้านบาท
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด