ททท. ยกทัพ 53 ผู้ประกอบการไทย ร่วมงาน SATTE 2026 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ชูสินค้า Wellness เจาะกลุ่มตลาดศักยภาพแดนภารตะ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลัง 53 ผู้ประกอบการไทยรุกตลาดแดนภารตะในงาน South Asia Travel and Tourism Exchange (SATTE) 2026 งานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวใหญ่ ณ Yashobhoomi Covention Centre กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2569 นำเสนอแคมเปญ “Healing is the New Luxury” มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพ พร้อมเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและคู่ค้าชาวอินเดีย ชูจุดขายสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว Wellness คาดสร้างดีลธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000 นัดหมาย และมุ่งผลักดันรายได้จากตลาดอินเดียสู่ 97,860 ล้านบาทภายในปี 2569
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว SATTE 2026 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เป็นงานส่งเสริมการขายในรูปแบบ B2B ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ ประกอบด้วยคูหาจัดแสดงกว่า 1,400 คูหา และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 35,000 คน โดย ททท. นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน 53 ราย เพื่อเจรจาธุรกิจและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะสร้างนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 5,000 นัดหมาย ทั้งนี้สำหรับตลาดอินเดีย ททท. มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Leisure ทั้งกลุ่มครอบครัว มิลเลนเนียล ผู้สูงวัย (Active Senior) และนักท่องเที่ยวกลุ่มสตรี รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพต่าง ๆ อาทิ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, Incentive, กลุ่ม Wedding & Celebrations, Luxury และกีฬากอล์ฟ ด้วยการส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบินในการเสนอขายแพ็คเกจท่องเที่ยว รวมถึงจัดทำ Special Promotion Scheme สำหรับกลุ่ม Incentive และ Wedding & Celebrations กระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาจัดงานในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งระยะเวลาพำนักและค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวจากตลาดอินเดีย 97,860 ล้านบาทในปี 2569
พิธีเปิดคูหาประเทศไทยในงาน SATTE 2026 ได้รับเกียรติจาก นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. และนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เข้าร่วม โดยคูหาประเทศไทย ขนาด 312 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด Palette of Wellness, Your Ultimate Healuxe นำเสนอแคมเปญการตลาดใหม่ของ ททท. “Healing is the New Luxury” ถ่ายทอดแนวคิดว่าการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความหรูหราทางกายภาพ แต่เป็นการเติมเต็มสุขภาวะกายใจผ่านประสบการณ์ที่มี “ความหมาย” และช่วยสร้างความสงบ ผ่อนคลาย และแรงบันดาลใจ ภายในคูหาประเทศไทย ประกอบด้วย พื้นที่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากอินเดียและ 53 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยที่เดินทางเข้าร่วมงาน แบ่งเป็น โรงแรมและที่พัก 21 ราย บริษัทนำเที่ยว 18 ราย แหล่งท่องเที่ยว 11 ราย และสายการบิน 3 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ และไทยไลอ้อนแอร์ นอกจากนี้ ยังมี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ซึ่งเป็นหน่วยงานจากประเทศไทยเข้าร่วมออกคูหาภายในงาน SATTE 2026 ปีนี้ด้วย
นอกจากนี้ ททท. ยังใช้โอกาสนี้นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดแคมเปญ Healing is the New Luxury ด้วยการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวจุดหมายปลายทางในประเทศไทย และสินค้าท่องเที่ยวไทยที่ได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards รวมถึงกิจกรรมสาธิตที่ช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจผ่านโสตสัมผัสต่าง ๆ อาทิ บาล์มน้ำมันนวดผ่อนคลายที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นสร้างสรรค์เฉพาะจุดหมายปลายทางในประเทศไทย และสาธิตการนวดผ่อนคลาย โดยนักบำบัดจากสปาชั้นนำในประเทศไทย
ในโอกาสนี้ ททท. ยังได้จัดกิจกรรม Amazing Thailand Media Briefing แก่สื่อมวลชนต่างชาติที่เข้าร่วมงาน เพื่อนำเสนอสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยและเปิดตัวแคมเปญสื่อสารการตลาด “Unforgettable Experience: Healing is the New Luxury” ที่มุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูกายใจ” ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสมดุลและประสบการณ์ที่มีความหมาย ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ รวมถึงนำเสนอประสบการณ์และสินค้าการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวอินเดียควรไปสัมผัส ทั้งย่านลิตเติ้ลอินเดีย ร้านอาหารมิชลิน Gaggan หรือเทศกาลทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลดิวาลี เทศกาลโฮลี ที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผสานไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ เช่น ย่านทรงวาด Em District สุขุมวิท ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางเชิงสุขภาพ เช่น อายุรเวท, โปรแกรม Longevity, สถานประกอบการที่ดูแลสุขภาพอย่างเป็นองค์รวมที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ พร้อมนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว อาทิ กาญจนบุรี นครราชสีมา (เขาใหญ่) และเชียงราย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว Repeat Visitors ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการเดินทางของนักท่องเที่ยวอินเดียตลอดทั้งปีด้วยเทศกาลและอีเวนต์ต่าง ๆ อาทิ สงกรานต์, ลอยกระทง, ยี่เป็ง, เทศกาลแห่ดาว, Moto GP, วิจิตรเจ้าพระยา รวมถึงอีเวนต์และการประชุมระดับโลก ได้แก่ Tomorrowland 2026, Global Sustainable Tourism Conference 2026, InterPride Conference 2026, the Global Wellness Summit 2026 และ IMF-World Bank Group Annual Meetings
ตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตสูง โดยในปี 2568 นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวน 2.49 ล้านคน เติบโตร้อยละ 16.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ทั้งนี้มีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มเพดานจำนวนที่นั่งโดยสารระหว่างประเทศไทยและอินเดียในปี 2567 ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ มีการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ เพิ่มเที่ยวบิน ตลอดจนปรับเปลี่ยนขนาดเครื่องบิน ประกอบกับการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวอินเดียส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 382,768 คน เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
ด้วยขนาดของตลาดอินเดียที่ใหญ่และมีการเติบโตของกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง ตลอดจนการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวที่กำลังขยายไปสู่เมืองรอง อาทิ ปูเน่, อาห์เมดาบัด, อัมริตสาร์ และลัคเนา ประกอบกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นตลาดกลุ่มศักยภาพ และการประชาสัมพันธ์ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ด้วยสินค้า บริการและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องจะผลักดันรายได้ทางการท่องเที่ยวของตลาดอินเดียสู่เป้าหมาย 97,860 ล้านบาทในปี 2569
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด