ททท. พลิกเกมท่องเที่ยวไทย ฝ่าวิกฤตพลังงาน เปิดแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ดันเทรนด์เที่ยวใกล้-ใช้พลังงานต่ำ สู่ท่องเที่ยวยั่งยืน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พลิกเกมรับมือวิกฤตพลังงานโลก เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “MOOD” ปรับรูปแบบการเดินทางเน้น “เที่ยวใกล้-ใช้พลังงานต่ำ” พร้อมชูกลยุทธ์ “Celebrity Marketing” สร้างแรงดึงดูดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เชื่อมประสบการณ์จากโลกออนไลน์สู่กิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่จริง วางฐานสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางทั้งทางอากาศและภาคขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง โดยมีแนวโน้มลดการเดินทางระยะไกลและควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้โครงการ “Smile Thailand” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้ เดินทางง่าย โดยวิกฤตพลังงานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทย ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และคุณค่าของประสบการณ์
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ทำให้คนเดินทาง แต่ต้องทำให้ ‘เดินทางอย่างมีคุณภาพ’ จากเดิมที่เน้นเที่ยวไกลและเร็ว สู่การเที่ยวใกล้ ใช้พลังงานต่ำ และสร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจในพื้นที่ โดยแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” มุ่งออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้กลยุทธ์ “Celebrity Marketing” นำโดย มาริโอ้ เมาเรอร์, แอนโทเนีย โพซิ้ว, โอปอล สุชาตา มาร่วมสร้างกระแสการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแชร์ความรู้สึกหรือส่งภาพรอยยิ้มต่าง ๆ เข้ามา เพื่อลุ้นรับรางวัลมากมาย โดยแคมเปญดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด “MOOD” ได้แก่
• Mass Transportation ส่งเสริมการเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น รถไฟ รถบัส และ EV Shuttle
• Outbound to Domestic กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศแทนการเดินทางต่างประเทศ
• Outdoor Activities เน้นกิจกรรมธรรมชาติที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น Hiking, Cycling
• Deep Seeking สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงลึกแบบ Slow Tourism และชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว แคมเปญยังมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะใกล้ให้เดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ที่นิยมเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ททท.จึงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงประสบการณ์จากออนไลน์สู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรม Smile@South Super Deal ร่วมกับ Agoda มอบส่วนลดที่พัก 15% สำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคใต้ เพื่อกระตุ้นการเดินทางระยะใกล้ (Short-haul Market) และกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privileges@Hat Yai ที่มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสิทธิพิเศษและของที่ระลึกจากชุมชน สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น
แคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ไม่เพียงมุ่งกระตุ้นการเดินทางในระยะสั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่เน้นความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต พร้อมสะท้อนการปรับตัวของการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในสภาวะที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน
ภาพข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวล่าสุด