Article Detail Page Background

ททท. ชู “Udon Thani : Bloom, Weave & Vibe” ต้อนรับ ครม.สัญจร นำสื่อมวลชนสัมผัสมนต์เสน่ห์อุดรธานีภายใต้แคมเปญ เติมเมืองไทย ให้ฮีลใจ

01 พฤศจิกายน 2569
ข่าวกิจกรรม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. พร้อมต้อนรับคณะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลกว่า 60 ราย ซึ่งเดินทางเยือนจังหวัดอุดรธานี ภายใต้กิจกรรมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว เส้นทาง One Day Trip “Udon Thani : Bloom, Weave & Vibe” ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์และอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานีผ่านการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน พร้อมนำคณะสื่อมวลชนสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวและเรื่องราวอันโดดเด่นของจังหวัด

คณะเข้าสักการะองค์เจ้าปู่-เจ้าย่า ณ ศาลเจ้าปู่-ย่า ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง เชื่อว่าเป็นสถานที่แห่งความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรือง บริเวณรอบยังมีศาลาชมวิวกลางน้ำ สวนคุณธรรม 24 กตัญญู และศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน โดยไฮไลต์สำคัญคือ “มังกรทองยาว 99 เมตร” มีความยาวที่สุดในประเทศไทย สำหรับใช้แห่ในงานทุ่งศรีเมืองเป็นประจำทุกปีในเดือนธันวาคม

ต่อด้วยการเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นถิ่น โดยมีนายอภิชาติ พลบัวไข ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำในการสืบทอดและต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้าแบบดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่น ผสานเทคนิคการจก ยก และขิด จนเกิดเป็นลวดลายอัตลักษณ์ของชุมชน “ลายสายธารนาคเชียงรวง” จุดเด่นของผ้าอยู่ที่การนำส่วนต่าง ๆ ของดอกบัว ซึ่งเป็นทุนทางธรรมชาติในพื้นที่ มาใช้ย้อมเส้นไหมจนได้เฉดสีธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ อาทิ สายบัวให้สีเงิน กลีบบัวให้สีชมพูอมม่วง และเกสรดอกบัวให้สีทอง รวมถึงการนำดอกไม้ท้องถิ่น เช่น ดอกพุดซ้อนและดอกดาวเรือง มาประยุกต์ใช้สร้างสีสันให้กับผืนผ้า ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวด้วยความประณีตของช่าง ผลิตภัณฑ์ผ้าทอของกลุ่มฯ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาสู่ตลาดสินค้าหัตถกรรมและงานคราฟต์ระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังได้พัฒนา กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ อาทิ การสาธิตการทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านประสบการณ์จริง พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “5 Must Do in Udon Thani” เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของจังหวัดผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้แก่

Must Taste: ลิ้มรสไอศกรีมนมเกลืออุดร ที่ได้แรงบันดาลใจจากเกลือสินเธาว์บ้านดุง แหล่งผลิตสำคัญของภาคอีสาน พร้อมชิมชาบัวแดงจากบ้านเชียงแหว ที่ช่วยบำรุงร่างกายและมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเมี่ยงกลีบบัว อาหารว่างที่ใช้กลีบบัวหลวงห่อเครื่องเมี่ยงแทนใบชะพลู รับประทานคู่กับสมุนไพรเครื่องเคียง

Must Try: สัมผัสการท่องเที่ยววิถีอีสานอย่างยั่งยืน ด้วยการนั่งรถอีแต๊กชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ้านคีรีวงกต อำเภอนายูง ผ่านลำธารและภูเขาที่โอบล้อม พร้อมรับประทานอาหารท้องถิ่นและเรียนรู้วิถีชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์

Must Buy: เลือกซื้อของที่ระลึกเข็มกลัดธุงอีสาน (ธุงใยแมงมุม) งานหัตถกรรมสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและภูมิปัญญาของชาวอีสาน

Must Seek: เก็บภาพความประทับใจกับจุดถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานี พร้อมมาสคอต “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม”

Must See: เปิดมุมมองผ่านเรื่องราวประเพณี วิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดอุดรธานี ผ่านสารคดีและเรื่องเล่าจากอนุสาร อ.ส.ท. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางออกไปสัมผัสของจริง

ขณะเดียวกัน จังหวัดอุดรธานีเตรียมจัด “งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มกราคม 2570 ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water, and Plants for Sustainable Living” (ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน) โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนสำคัญ อาทิ โซนสวนนานาชาติ โซนอาคารเรือนกระจก (Greenhouse) โซนจัดแสดงนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ และโซนสวนป่าคาร์บอนเครดิต พร้อมเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

ด้านการเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว จังหวัดได้วางมาตรการครอบคลุมทั้งด้านคมนาคมและการเดินทาง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสาธารณะและรถรับส่ง (Shuttle Bus) เชื่อมโยงท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และจุดสำคัญในเมืองมายังพื้นที่จัดงาน พร้อมเตรียมพื้นที่จอดรถและระบบภายในงานอย่างครบครัน ด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข ได้จัดเตรียมจุดบริการทางการแพทย์เพื่อสร้างความมั่นใจ ขณะที่ภาคเอกชน ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และผู้ประกอบการ ได้ยกระดับมาตรฐาน การให้บริการและพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชื่อมโยงอย่างเต็มที่

ททท. สำนักงานอุดรธานี ยังได้ต่อยอดพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และเลย พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และชุมชน เพื่อเพิ่มระยะเวลาพำนัก กระตุ้นการใช้จ่าย และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนอย่างทั่วถึง

สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวม 3.6 ล้านคน โดยแบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยร้อยละ 70 และชาวต่างชาติร้อยละ 30 จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ประมาณการค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ทั้งนี้ ประเมินว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจประมาณ 32,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ประมาณ 20,000 ล้านบาท สนับสนุนการจ้างงานประมาณ 81,000 อัตรา และสร้างรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 7,700 ล้านบาท นับเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า “งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ